ประวัติ warfarin

ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่ประเทศอเมริกาได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวแก่ผู้ที่พบเห็นคือฝูงวัวที่เลี้ยงในฟาร์มปศุสัตว์ได้ล้มตายเป็นจำนวนมากโดยไม่ทราบสาเหตุ ความน่ากลัวได้แผ่ขยายไปทั่วในกลุ่มผู้ที่ทำฟาร์มปศุสัตว์โดยเฉพาะในรัฐวิสคอนซิล วัวที่ตายในฟาร์มที่ตายจะมีลักษณะเหมือนกัน คือ มีถ่ายเป็นเลือดสด เลือดออกทางจมูกและปาก ท้องอืด และมีเลือดออกในช่องท้องเป็นจำนวนมาก บางตัวมีเลือดออกในสมอง เกษตรกรบางรายคิดว่าเป็นฝีมือการกระทำของพวกแม่มดหรือหมอผี หากเป็นประเทศไทยของเราเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น เชื่อว่าบางคนเชื่อว่าเป็นจาก ปอบ กินเป็นแน่แท้

วัววัว2

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ไปหลายปีโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ ก็เริ่มมีการคิดหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร โดย เกษตรกร พบว่า เหตุการณ์นี้ มักพบเฉพาะฤดูฝน เท่านั้น และเมื่อสังเกตในรายละเอียดพบว่าฟาร์มทีเกิดวัวตายเป็นจำนวนมาก มักเลี้ยงวัวด้วย ต้น sweet clover
วัว3

หน้าตาของต้นนี้ก็คล้ายๆกับต้นโสน บ้านเรา ซึ่งต้น sweet clover นี้ให้คุณค่าทางโภชนาการโปรตีนสูงและคุณค่าทางอาหารสูงกว่าหญ้าเลี้ยงวัวทั่วๆไป จนเมื่อศึกษาอย่างแน่ชัดแล้วพบว่าไม่พบอาการเลือดตกในช่องท้องในวัวที่กินหญ้าชนิดอื่นเลยในที่สุดสัตวแพทย์ Dr. Frank W. Schofield ก็สรุปว่า นี่คืออาการของโรคอย่างหนึ่งในสัตว์ ไม่ใช่เกิดจากแม่มดแต่อย่างใดและตั้งชื่อโรคว่า “Sweet Clover Disease” ในปี ค.ศ. 1924
ต่อมา ในปี ค.ศ. 1933 Ed Carlson เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์แห่งใหญ่ในรัฐวิสคอนซิลก็ประสบปัญหาเมื่อวัวในฟาร์มปศุสัตว์ของเขาล้มตายเป็นจำนวนมากจากการตกเลือดในช่องท้อง เขาก็เลยเอาเลือดจากในช่องท้องของวัวจำนวน 1 ถัง และต้น sweet clover ประมาณ 50 กิโลกรัมที่ให้วัวกินเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิล เพื่อหาสาเหตุว่า อะไรกันแน่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ซึ่งคนที่รับ หาสาเหตุ ครั้งนี้คือศาสตราจารย์ Karl Paul Gerhard Link ซึ่งเป็นนักชีวเคมีเก่งมากในขณะนั้น
วัว4

ซึ่งในงานวิจัยพบว่า ต้น sweet clover ที่เอามาวิเคราะห์นั้น พบสาร coumarin เป็นจำนวนมาก ซึ่งสารชนิดนี้ไม่ได้เป็นสารอันตรายแต่อย่างใด แต่เมื่อดูในรายละเอียดพบว่าต้น sweet บางต้นนั้นมีเชื้อราขึ้น เมื่อไปดูพบว่าเป็นเชื้อรากลุ่ม penicillium และ aspergillus

และเมื่อไปวิเคราะห์สาร coumarin เป็นที่น่าตกใจว่า สารนี้ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างไปอย่างมากกลายจากสาร 4-hydroxycoumarin ตั้งต้นกลายเป็น Dicoumarol ซึ่งเมื่อไปวิเคราะห์คุณสมบัติของสาร Dicoumarol พบว่าสารตัวนี้ ทำให้เลือดไม่แข็งตัว และนั่นเป็นสาเหตุทำให้เลือดออกในช่องท้องของวัวในฟาร์มศุสัตว์ทั้งหลายนั่นเอง
สรุปในที่สุดก็เจอปอบตัวจริงและเป็นสาเหตุที่ทำให้วัวจำนวนมากเสียชีวิต โดยต้นตอสาเหตุจริงเกิดจากฝนตก เมื่อเกิดอากาศชื้น ต้น sweet clover ที่ตัดเก็บไว้ให้วัวกิน ขึ้นเชื้อรา และเชื้อราก็เปลี่ยนสารเคมีในต้น sweet clover เป็นสาร Dicoumarol ซึ่งสารชนิดนี้ทำให้เลือดไม่แข็งตัว เมื่อกินไปเป็นจำนวนมากก็ทำให้เกิดเลือดออกในอวัยวะช่องท้อง และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของวัวในที่สุด

ต่อมาในปี ค.ศ 1948 บริษัทยาหัวใสต่างๆ พากันผลิตสาร dicoumarol ออกมาขายโดยสังเคราะห์เองเลียนแบบธรรมชาติ เรียกว่า Coumadin หรือ warfarin โดยผลิตมาเพื่อทำเป็นยาฆ่าหนู ซึ่งขนาดวัวยังตาย หนูกิน ก็ตายเหมือนกัน และนั่นเป็นยาเบื่อหนูที่ผลิตออกมาขายจนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังมีขายอยู่ในท้องตลาด
วัว5
ในปี ค.ศ. 1951 เริ่มจุดเปลี่ยนของความคิดที่ว่า ยาเบื่อหนู น่าจะนำมารักษาผู้ป่วยได้ อันเนื่องมาจากการที่นาวิกโยธินสหรัฐที่ผิดหวังในชีวิต ได้พยายามฆ่าตัวตายโดยกินยาเบื่อหนู และพบว่าเลือดไม่แข็งตัว แต่ไม่ตาย นั่นแสดงว่า คนกินยาเบื่อหนูขนาดที่ทำให้หนูตายแต่คนกินแล้วไม่ตาย เพียงแต่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว และยังพบอีกว่า ยาต้านพิษของ dicoumarol คือ vitamin K นั่นเอง นอกเหนือจากนั้น มันอาจนำมาใช้รักษาหลอดเลือดอุดตันในคนได้
TOSHIBA Exif JPEG

ในที่สุดในปี ค.ศ. 1954 องค์การอาหารและยาของอเมริกาก็ขึ้นเป็นทะเบียนยาให้ใช้ในมนุษย์ได้เป็นสารต้านการแข็งตัวของเลือด และในปี ค.ศ. 1955 ประธานาธิบดีคนที่ 34 ของสหรัฐอเมริกา Dwight Eisenhoser ก็เกิดอาการเส้นเลือดที่หัวใจอุดตันฉับพลัน และประธานาธิบดีก็ได้ใช้ยา warfarin ในการรักษาร่วมด้วย และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ยา warfarin ก็ได้ใช้แพร่หลายรักษาชีวิตคนหลายร้อยล้านทั่วโลกให้มีอายุยืนขึ้น โดยยาชนิดนี้ใช้ในผู้ป่วยหัวใจเต้นพลิ้วในผู้สูงอายุ กลุ่มใส่ลิ้นหัวใจเทียม กลุ่มที่มีลิ่มเลือดอุดตันในร่างกาย โดยยาชนิดนี้หากกินแล้วต้องเจาะระดับยาสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เกินค่าที่กำหนดไว้ เพราะจะทำให้เกิดโทษเกิดเลือดออกในอวัยวะภายในตามมาได้
สุดท้ายใครจะคิดหละครับว่าจากความหายนะในฟาร์มปศุสัตว์มาเป็นยาเบื่อหนูและกลับกลายเป็นยาที่ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้มากมาย และนั่นเป็นเรื่องที่เริ่มต้นด้วยความน่าสะพรึงกลัวหากด้วยเพราะความไม่รู้ แต่จบด้วยคุณประโยชน์อันมากมายมหาศาล เมื่อเรารู้และควบคุมความเสี่ยงไว้ได้ มันก็คงเป็นเหมือนกับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างในโลกนี้ที่ หากเราไม่รู้หรือรู้อะไรที่ที่ไม่แท้จริง นั่นคือความเสี่ยงอย่างหนึ่ง แต่หากเรารู้และควบคุมมันได้เท่ากับเราไม่เสี่ยง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s