แป้งฝุ่นกับมะเร็งรังไข่

เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2559 นี้ มีข่าวดังสะท้านโลกเกี่ยวกับวงการสุขภาพ เมื่อคณะลูกขุนในรัฐมิสซูรี ของสหรัฐอเมริรกา ตัดสินให้บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ต้องจ่ายค่าชดเชย 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2500 ล้านบาท กรณีแป้งฝุ่นเป็นเหตุให้เกิดมะเร็งรังไข่ในผู้หญิงสูงวัย จ่าย เพื่อเป็นค่าชดเชยแก่ครอบครัวของ แจ็กกี ฟอกซ์ สุภาพสตรีวัย 62 ปีที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่เมื่อปีที่แล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความผวาให้กับคนทั้งโลก เพราะทุกเพศทุกวัยติดนิสัยทาแป้งทุกวัน ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า
talcum

คริสตา สมิธ หัวหน้าคณะลูกขุน ได้ขอเอกสารภายในของจอห์นสันฯ เพื่อนำมาให้คณะลูกขุนอ่านพิจารณาประกอบการตัดสิน และคำตัดสินก็ออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหลังจากพิจารณาหารือกันกว่าสี่ชั่วโมง “มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าบริษัทได้ปกปิดข้อมูลบางอย่างเอาไว้” สมิธกล่าวในฐานะหัวหน้าคณะลูกขุนแห่งเมืองเซนต์หลุยส์
“สิ่งที่บริษัทควรทำมานานแล้วคือ ติดฉลากเพื่อตักเตือนผู้บริโภค”
ในรอบ 40 กว่าปีที่ผ่านมา จอห์นสันฯ ถูกฟ้อง 1,200 ดคี ยุคปี ค.ศ.1970 มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่ใช้แป้งกับอวัยวะเพศ มีอัตราเสี่ยงจะเป็นมะเร็งรังไข่ โดยอาจเป็นไปได้ ที่แป้งสามารถหลงเข้าไปในร่างกายผ่านช่องคลอดมดลูกและท่อนำไข่เข้าไปสู่ช่องท้อง และสารทัลค์ (Talc หรือ ทัลคัม Talcum ส่วนประกอบหลักของแป้งฝุ่น ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์มีชื่อเคมีว่า Hydrated Magnesium Silicate จงสังเกตว่าจะมีคำนี้บนกระป๋องแป้งเกือบทุกยี่ห้อ) ไม่สามารถย่อยสลายได้ในคน จอห์นสันฯ ได้วางขายแป้งเด็กที่ใช้แป้งข้าวโพดแทนสารทัลค์ตั้งแต่ช่วงปี 1970 แต่ก็ยังโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารทัลค์ต่อไป โดยยังคงยืนยันมาตลอดว่าส่วนผสมที่ใช้มีความปลอดภัย
เพราะยังเป็นประเด็นถกเถียงว่าทาแป้งเด็กตรงอวัยวะเพศแล้วเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่จริงหรือ? งานวิจัยบางชิ้นบอกว่ามีความเสี่ยง ขณะที่งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าไม่มีความเสี่ยง เป็นข้อถกเถียงที่ไม่สิ้นสุดมากกว่า 40 ปีแล้ว
IARC (International Agency for Research on Cancer) ซึ่งเป็นองค์กรหน่วยย่อยหนึ่งของ World Health Organization (WHO) ที่ทำหน้าที่หลักเป็นผู้ประเมินและจัดกลุ่มสารก่อมะเร็งที่ได้รับความเชื่อถือสูงที่สุดในโลก จัดกลุ่มสารทัลค์ ว่า Hydrated Magnesium Silicate ให้อยู่ในกลุ่ม 2 B หมายถึง อาจจะเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์

“โดยสรีระของผู้หญิงตรงอวัยวะเพศเป็นอุโมงค์ เป็นทางเปิดที่เข้าไปได้ง่ายกว่า แป้งคืออณูฝุ่น มันสามารถผ่านทางช่องคลอด เข้าไปถึงมดลูก และจากมดลูก เข้าไปที่ปีกมดลูก จากปีกมดลูก มันจะไปที่รังไข่ ยิ่งผู้หญิงบางคนชอบโรยแป้งตรงแผ่นอนามัยที่ติดกับกางเกงชั้นใน รู้สึกมั่นใจ สะอาดดี ต้องระวังอย่างยิ่ง
“มีงานการศึกษาที่รวบรวมหลายการศึกษามาวิเคราะห์ เขาก็บอกว่าถ้าใช้กับจุดซ่อนเร้น มีแนวโน้มที่จะเกี่ยวกับมะเร็งรังไข่”

ดั่งการศึกษาของนักวิจัยจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ฮาร์วาร์ดในบอสตัน พบว่า ผู้ที่ใช้แป้งฝุ่นโรยตัวทาบริเวณจุดซ่อนเร้น มีความเสี่ยงมะเร็งรังไข่กว่าผู้ที่ไม่ใช้แป้งสูงถึง 40 %
แม้แป้งทุกชนิดทุกแบรนด์ต่างมีคำเตือนไปในแนวทางเดียวกัน อาทิ อย่าให้แป้งเข้าจมูกเข้าปากเด็กแล้ว ยังต้องเก็บให้พ้นมือเด็ก ระวังอย่าให้เข้าตาด้วย กระทั่งแป้งเด็กที่ผลิตจากแป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ ก็ยังมีคำเตือนห้ามใช้โรยสะดือเด็กแรกเกิด แป้งเด็กเนื้อโลชั่นก็หมายเหตุว่าแม้ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ในกลุ่มทดลอง เว้นแต่การแพ้ส่วนบุคคล หรือระคายเคือง
แต่ก็ยังคงบิดบังซ่อนเร้นความจริงว่าด้วยอาจก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ ตามที่หัวหน้าคณะลูกขุนกล่าวไว้
ถึงแม้ยังไม่ฟันธงว่า “แป้ง”เป็นตัวการจะจะก่อให้เกิดมะเร็ง องค์กรระดับโลกยังใช้คำว่า “อาจจะ” “เสี่ยง” “แนวโน้ม” “เกี่ยวกับ” แต่เราในฐานะผู้บริโภคควรต้องดูแลป้องกันตัวเองและลูกหลานไว้ก่อน
ในสหรัฐอเมริกาแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้แป้งทาตัวเด็กที่มีส่วนผสมของทัลคัม และผู้ผลิตชั้นนำได้หันมาเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อาทิ แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเจ้า เพื่อทดแทนแร่หินทัลค์
และในปัจจุบันมีความนิยมใช้แป้งเด็กที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ (Rice Starch) กันมากขึ้นแม้ราคาแพงกว่า เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่า ไม่เกิดการสะสมในปอดหรือใต้ร่มผ้า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ยังปกป้องลูกน้อยจากผื่นคัน เพราะมีคุณสมบัติป้องกันความเปียกชื้น และการดูดซับไขมันสูงกว่าทัลคัม
“ผมอยากใช้คำว่าแป้งทางเลือก อย่างเช่น แป้งเนื้อโลชั่นก็ได้ เพราะมันไม่กระจาย แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวโพด ก็ได้
แต่เมื่อไรก็ตามที่เด็กเป็นผื่น และยังไม่แน่ใจว่าผื่นนั้นคืออะไร อย่าเพิ่งโรยแป้ง ให้เอาผ้านุ่มๆ มาซับให้แห้งแทน เพราะถ้าเป็นผื่นจากเชื้อรา การที่โรยแป้งข้าวเจ้าแป้งข้าวโพด มันจะกลายเป็นอาหารโต๊ะจีนชั้นดีให้กับเชื้อราเลยครับ
ผู้หญิงก็เช่นกันครับ อย่าทาแป้งตรงจุดซ่อนเร้นเลย ใช้วิธีเอาผ้านุ่มๆ ค่อยๆ ซับแห้ง ปลอดภัยกว่า

เครดิต อ้างอิงจากข่าวและบทสัมภาษณ์ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ในผู้จัดการ Live ก.พ.2559

Cr บรรเลงเพลงไทยเดิม ๒๐ เพลง ROONG168

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s